วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552
ลักษณะชนิดพันธุ์ของไม้ดัดไม้แคระ
ลักษณะ ไม้ดัดเป็นศิลปะประจำชาติไทย เป็นศิลปะการเล่นพันธุ์ไม้ของคนไทยโบราณตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา การเล่นไม้ดัดแสดงให้เห็นถึงความอุตสาหะพากเพียรพยายามทรงไว้ซึ่งฝีมือและแนวความคิดในงานศิลปะของคนไทย เพราะไม้ดัดจะมีรูปร่างลักษณะถูกต้องตามแบบฉบับการดัดจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานไม่น้อยกว่า ๕ หรือ ๑๐ ปี ไม้ดัดไทยที่มีลักษณะงดงามจึงมีอายุถึง ๒๐, ๕๐ ปี บางต้นมีอายุถึง ๑๐๐ ปีก็มี จึงทำให้ไม้ดัดมีค่าสูงเหมือนโบราณวัตถุที่มีค่าสูงชิ้นหนึ่ง ในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยและโปรดปรานเล่นไม้ดัด ดังปรากฏในพระบรมมหาราชวัง และพระราชวังดุสิต นอกจากนี้ยังมีเจ้านายอีกหลายพระองค์ ทรงเล่นไม้ดัด เช่น สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศ เป็นต้น ส่วนบรรดาพระสงฆ์ไทย ก็มีพระครูประสิทธิ์สมณการวัดจักรวรรดิ์ พระมหาผิว (ศุขะพิศิษฐ์) วัดเทพศิรินทร์ เป็นต้น ถึงแม้ว่าบรรดาท่านเหล่านั้นจะสิ้นชีพแล้วก็ตาม แต่แบบฉบับและผลงานของท่านยังคงอยู่ จนกระทั่งปัจจุบัน และยังเป็นการแสดงความเคารพกตัญญูบรรดาท่านเหล่านั้นที่ทำใหศิลปะไม้ดัดยังตกทอดถึงปัจจุบันนี้ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คุณหลวงมงคลรัตน์ (ช่วง ไกรฤกษ์) ได้เขียนโคลงตำราไม้ดัดไว้และพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพพระราชสัมภารากร (ชม ไกรฤกษ์) นับว่าเป็นตำราไม้ดัดเล่มแรกและกลายเป็นแม่แบบตำราไม้ดัดมาจนถึงปัจจุบัน
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ในบรรดากระถางที่ว่ามานี้ กระถางที่เป็นดินเผา ดูจะเหมาะสมที่สุด ทั้งในแง่ของการใช้ปลูกเลี้ยง และในแง่ของรูปทรงและความสวยงาม ลักษณะของกระถางภายในจะมีลักษณะเป็นดินเผาที่มีความพรุน มีการระบายอากาศดี ทำให้รากไม้ไม่ร้อนและมีอากาศหายใจเพียงพอ ดูดซับความชื้นและระบายน้ำดี ทำให้ดินและเครื่องปลูกโปร่ง ไม่แฉะจนเกินไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลี้ยงบอนไซในประเทศไทยนั้น ที่มาของบรรดาต้นตอของไม้แคระเหล่านี้ กล่าวได้ว่า เกือบทั้งหมดมาจากตอไม้ธรรมชาติที่ดั้นด้นไปขุดมาจากตามป่าตามเขา และเนื่องจากพื้นที่ซึ่งไม้เหล่านี้เติบโตอยู่นั้นส่วนใหญ่จะเป็นภูมิประเทศที่เป็นป่าเป็นเขา หรือป่าละเมาะ ท้องนา และพื้นที่รกร้าง ซึ่งมีสภาพไม่เหมาะสมกับการที่จะให้พืชเจริญเติบโตได้ดี เช่นดินมีสภาพเลว พื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรวดและหิน ดินลูกรัง หรือบนหลืบเขาที่มีลมพัดจัด พืชที่ขึ้นอยู่ตามพื้นที่ประเภทเหล่านี้ จึงไม่สามารถเจริญได้ดี สาระรูปของมันจึงดูพิกลพิการไปตามสภาวะของดินฟ้าอากาศที่แวดล้อมอยู่ เช่นปีไหนแล้งจัด ร้อนมาก การเจริญเติบโตของมันจะมีน้อย ส่วนที่เจริญออกมาในช่วงนั้นก็จะแคระแกรน แต่พอปีต่อไปมีฝนตกต้องตามฤดูกาล ไม้ต้นนั้นเจริญเติบโตได้ดี ส่วนไหนที่เจริญเติบโตดีก็จะดันเอาส่วนที่ไม่ยอมโตในปีก่อนๆ ให้บิดเบี้ยวโค้งงอไป ส่วนไม้ที่อยู่บนภูเขาหรือหน้าผา ถูกลมพัดแรงตลอดเวลา ก็ทำให้ทรงต้นของไม้นั้น เอนลู่ไปตามทิศทางของลม กิ่งก้านก็คดงอไปตามเรื่องตามราว แต่ความพิกลพิการของไม้เหล่านี้ กลายมาเป็ยความสวยงามที่นักเลี้ยงต่างก็ใฝ่หามาไว้เป็นสมบัติ (เริ่มแรกก็สำหรับชมคนเดียว แต่พอหมดสตางค์เข้า ไม้พวกนี้ก็กลายเป็นสมบัติผลัดกันชมไป ก็มีเหมือนกัน)
วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ต้นข่อยดัด

เรื่องของการเลือกหาต้นไม้มาทำบอนไซ ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ คงจะพูดเฉพาะการเลือกต้นไม้ ที่เขาขุดมาเลี้ยงไว้พักหนึ่ง พอมีรูปมีทรงให้เห็นหน้าเห็นตากันแล้วเท่านั้น เพราะถ้าจะเลือก"ตอ"ที่เขาเพิ่งขุดแล้วเอามาวางขาย อย่างที่นักเลงบอนไซเรียกกันว่า "ไม้ตุ้ม" นั้น ก็เห็นจะต้องจูงมือกันไป ดูไปสาธยายไป อย่างที่บอกไว้ข้างต้น นั่นแหละ ถึงคงจะพอหาตอไม้มานั่งประคบประหงมกันได้ การเลือกไม้ตุ้มที่เพิ่งขุดมาใหม่ๆ นี้เป็นเรื่องเสี่ยงมาก สำหรับนักเล่นหน้าใหม่ เพราะไม่มีทางรู้เลยว่า ไม้ต้นนั้นจะอยู่หรือจะไป กว่าจะหาประสบการณ์ได้ ก็หมดไปหลายกะตางค์ เพราะตอหนึ่งๆ สนนราคาก็ไม่เบานัก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

